โควิด-19 กับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยน ทำให้ผู้คนหันมาใช้ Food delivery เพิ่มมากขึ้น
โควิด-19 เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค
ทำให้ผู้คนหันมาใช้ Food delivery เพิ่มมากขึ้น
#Fooddeliveryapplication #สั่งอาหาร #บริการส่งอาหาร #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ
#อยู่บ้านต้านโควิด #เราจะสู้ไปด้วยกัน #โควิด19
แน่นอนครับ
สำหรับช่วงสถานการณ์ที่ไม่ปรกติ ณ ตอนนี้ เราคนไทยทุกคนต้องช่วยกัน อยู่บ้าน
หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคโคโรนา ไวรัส 2019
ที่กำลังกลับมาระบาดอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 3 ในประเทศไทยเรา
ซึ่งอาจจะดูรุนแรงมากกว่าครั้งที่ผ่านๆมาก็ว่าได้
ซึ่งทางรัฐบาลและหลายๆหน่วยงานก็ได้ออกมาตรการต่างๆมากมาย
เพื่อให้เรารอดพ้นวิกฤตในครั้งนี้ได้ ซึ่งหนึ่งในมาตรการที่ออกมาคือ
ห้ามนั่งรับประทานอาหารที่ร้าน และจำกัดเวลาในการเปิดร้านอาหาร
สร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรมของคนไทยอย่างมาก
และเราในฐานะพลเมืองของประเทศที่สามารถช่วยกันในครั้งนี้ให้รอดผ่านวิกฤตและสถานการณ์ที่ไม่ปรกติในครั้งนี้ให้พ้นไปด้วยกันได้
โดยการไม่ออกไปแพร่เชื้อ หรือรับเชื้อเข้ามา
รักษาและดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงให้มากๆ แต่กระนั้น เราเองก็ต้องทานข้าว
เลือกทานสิ่งที่มีประโยชน์และมีคุณภาพให้กับร่างกายของเราหมีความแข็งแรง
สามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้ได้ ดังนั้นธุรกิจร้านอาหาร จึงได้เปิดช่องทางต่างๆ
เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการรับประทานอาหารที่อร่อย
สดใหม่ สะอาดและมีคุณภาพ
โดยการปรับตัวของร้านให้ทันกับสถานการณ์ที่ไม่ปรกติในปัจจุบัน
เพื่อความอยู่รอดของทุกฝ่าย โดยมีการเพิ่มช่องทางต่างๆให้กับลูกค้าเดิมของร้าน และที่อยากรับประทานเมนูและรสชาติเดิมๆที่ลูกค้าชื่นชอบตอนที่มารับประทานที่ร้าน
และทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าใหม่
ที่ยังไม่เคยลองชิมรสชาติและเมนูแปลกๆที่ไม่คุ้นเคย เข้าถึงยาก เดินทางลำบาก
ไม่เคยรู้จักร้านมาก่อน
ผ่านมาเป็นหลักปีแล้ว สำหรับการแพร่ระบาดโควิด-19
ก็ยังคงวนเวียนอยู่ไม่ต่างจากเดิม อาจจะมีบางช่วงเบาลงไปบ้าง
แต่บางช่วงก็ยังกลับมาเล่นงานธุรกิจร้านอาหารอย่างไม่จบไม่สิ้น
บางร้านทดลองหาวิธีการปรับตัวจนเริ่มเจอทางที่ใช้ แต่บางร้านยังคงมีคำถามอยู่ในใจ
ทางออกของร้านอาหารในช่วงวิกฤตินี้คืออะไร? ซึ่งเหตุผลทำไมร้านอาหารควรเข้าร่วมเดลิเวอรีในช่วงวิกฤตโควิด-19
เพื่อความอยู่รอดต่อไป
1. ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ช่วงวิกฤตโควิด-19
สิ่งที่เป็นอุปสรรคใหญ่หลวงของร้านอาหารก็คือ
การมาทานหน้าร้านจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ไม่ว่ายังไงก็ตามอาหารยังคงเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องบริโภคในทุกๆ วัน
ทางออกสำคัญสำหรับร้านอาหารคือ การหันมาทำเดลิเวอรี
ส่งอาหารตรงถึงมือลูกค้าแทนการมาทานที่ร้าน
ลดความเสี่ยงของทั้งพนักงานและผู้บริโภค
2. ลดต้นทุนการตลาด
แม้ว่าการเข้าร่วมกับเดลิเวอรีเจ้าต่างๆ อาจมีต้นทุนค่าบริการที่ต้องเสีย
แต่ต้นทุนนั้นเป็นการลงทุนการตลาดไปในตัว
3. เปลี่ยนภาระการลงทุน
ปกติแล้วร้านต้องแบกรับภาระต้นทุนหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนคงที่ เช่น ค่าเช่า
ค่าแรงงาน หรือต้นทุนผันแปร เช่น ค่าน้ำค่าไฟ สาธารณูปโภคต่างๆ
รวมไปจนถึงต้นทุนแฝงร้านอาหาร เช่น ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บวัตถุดิบ ฯลฯ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นต้นทุนที่ร้านอาหารต้องแบกรับไว้ในทุกๆ
เดือน ซึ่งอาจไม่ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า
4. เปลี่ยนลูกค้าหน้าร้านมาเป็นลูกค้าออนไลน์ ข้อมูลในยุคดิจิทัล
2020 สำคัญมาก เพราะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับโควิด-19 ลูกค้าที่อยู่หน้าร้านจะหายไป
แต่หากเรามีข้อมูลลูกค้าในระบบเป็นทุนเดิม
เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนลูกค้าไม่มาหน้าร้าน
แต่ร้านยังมีข้อมูลลูกค้าที่เอามาทำการตลาดออนไลน์ต่อไปได้
# อยู่บ้าน
หยุดเชื้อ เพื่อชาติ กับ Delivery food application #
ธุรกิจร้านค้าต่างๆได้ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
และเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา
เปรียบเสมือนได้นั่งรับประทานที่ร้านได้ทุกที่ ทุกเวลา
โดยการเพิ่มช่องทางการสั่งซื้อกลับบ้านผ่าน application ต่างๆที่ร้านเข้าร่วมรายการ เพื่ออำนวยความสะดวก
ความอร่อย ความสด ความสะอาด และมีคุณภาพ ส่งตรงถึงลูกค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่ง application
ได้แก่
1.
Food Panda
เริ่มต้นการให้บริการในประเทศไทยปี 2555 ปัจจุบันมีร้านอาหารที่เชื่อมโยงกับ
food panda ประมาณ 100,000
ร้านทั่วประเทศ
ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด
77 จังหวัด ไม่มีเสียค่าจัดส่ง
สำหรับการสั่งซื้อผ่าน food panda application
2.
Grab food เริ่มต้นการให้บริการในประเทศไทยปี
2560 ปัจจุบันมีร้านอาหารที่เชื่อมโยงกับ Grab
food ประมาณ 80,000 ร้านทั่วประเทศ
ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 35 จังหวัดในประเทศไทย โดยคิดค่าจัดส่งที่
10 บาท
สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อผ่าน application
นี้
3.
Line man เริ่มต้นการให้บริการในประเทศไทยปี
2559 ปัจจุบันมีร้านอาหารที่เชื่อมโยงกับทาง
Line man ทั้งหมดประมาณ 200,000
ร้าน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 14
จังหวัดในประเทศไทย ซึ่งจะเรียกเก็บค่าขนส่งสินค้าฟรีใน
3 กิโลเมตร
แรก และกิโลเมตรถัดไปคิดตามอัตราตามเส้นทางการจัดส่ง
4. Gojek
เริ่มต้นการให้บริการในประเทศไทยปี 2562 ปัจจุบันมีร้านอาหารทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับทาง Gojek
ประมาณ 30,000 ร้าน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร 18
เขตและปริมณฑล รวมรอบนอกอีก 4
จังหวัด คือสมุทรปราการ นนทบุรี
ปทุมธานี และนครปฐม โดยมีการเรียกเก็บค่าจัดส่งอาหารที่ 10 บาท กับลูกค้าที่มีการสั่งซื้อผ่าน application
นี้
5.
Robinhood เริ่มต้นการให้บริการในประเทศไทยปี
2563 ซึ่งถือว่าเป็นน้องใหม่สุดของ
food delivery application ครอบคลุมพื้นที่เฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
เท่านั้น คือ สมุทรปราการและนนทบุรี โดยไม่มีการเก็บค่าจัดส่งอาหาร ณ ปัจจุบัน
แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่อไป
เนื่องจากยังเป็นน้องใหม่สำหรับการสั่งซื้อผ่าน food application อยู่ในระหว่าการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดให้สอดคล้องและสามารถแข่งขันกับรายอื่นและอยู่ในตลาดได้

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น