สังคมไร้เงินสด (Cashless Society)
เงินสดถือเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าหรือบริการเป็นระยะเวลายาวนาน ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา การพัฒนาระบบการเงินการธนาคารของโลก มีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เริ่มจากการแลกเปลี่ยนสินค้ากันโดยตรง จนพัฒนามาเป็นการใช้เงินเป็นตัวกลาง รวมถึงการแลกเปลี่ยนระหว่างเงินต่างสกุล แต่ปัจจุบันแนวโน้มในการใช้เงินที่เป็นวัตถุที่จับต้องได้ เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงไปในหลากหลายรูปแบบ และมีแนวโน้มจะพัฒนาเป็นระบบการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินสด
การพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี รวมถึงนโยบายภาครัฐ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้มีการผลักดันให้มีการเปลี่ยนเป็นสังคมไร้เงินสด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ ประเทศจีน ที่เกือบไม่มีการใช้จ่ายโดยใช้เงินสดของผู้คนในประเทศอีกต่อไปแล้ว รวมถึงเมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปยังประเทศอื่น ทั้งการท่องเที่ยวและการติดต่อธุรกิจ ประเทศที่ผู้คนชาวจีนเดินทางไปอย่างมาก มีการตอบรับโดยมีช่องทางที่สะดวกสำหรับคนจีนที่เดินทางมา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ ประเทศไทย มีบริการที่ตอบสนองนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวจีน โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ ที่คนจีนสามารถชำระสินค้าได้หลากหลาย ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการที่คนจีนไม่จำเป็นต้องมีเงินสดติดตัว
การพัฒนาโทรศัพท์มือถือทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ นับเป็นตัวกลางสำคัญในการชำระ ทำให้การใช้งานมีความสะดวกรวดเร็ว เนื่องจากมีแอพพลิเคชั่นมากมาย ที่รองรับการใช้จ่ายผ่านมือถือ อีกทั้งธนาคารต่างๆ ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาระบบของตนเอง เพื่อตอบสนองเทรนด์ของผู้คนในปัจจุบันที่นิยมใช้โทรศัพท์เสมือนเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะขาดเสียมิได้
ในด้านความปลอดภัยในการใช้งาน ในช่วงเริ่มต้น NFC หรือ Near Field Communication ที่โทรศัพท์หลายรุ่นในปัจจุบันมีระบบนี้อยู่ ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น โดยการชำระเงินโดยใช้ NFC จะอนุญาตให้ตัวโทรศัพท์กับเซนเซอร์ที่รับ ห่างกันได้ไม่เกิน 4 เซนติเมตร เพื่อปิดโอกาสที่จะให้มิจฉาชีพมีโอกาสแทรกเข้ามาเพื่อขโมยข้อมูลระหว่างกลาง เพราะในอดีต ในกรณีใช้บัตรเครดิต มิจฉาชีพมีโอกาสแสกนสัญญาณของบัตรเครดิต โดยมีระยะห่างระหว่างตัวสแกนกับตัวบัตรมากได้ อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีนี้เริ่มเสื่อมความนิยมลง เนื่องจากโทรศัพท์ที่มี NFC มักอยู่ในรุ่นที่เป็นเรือธงหรือรุ่นรองลงมา เพราะต้องเพิ่มชิป NFC เข้าในตัวเครื่อง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น สำหรับตัวอย่างเทคโนโลยีที่มาแทน NFC มีดังนี้ QR Code / Bar code เรียกว่าเป็นมาตรฐานการจ่ายเงินแบบ Cashless payment ในปัจจุบันไปแล้ว เพราะห้างร้านส่วนใหญ่มีเครื่องอ่านบาร์โค้ดอยู่แล้ว หรือถ้าไม่มีก็สามารถใช้กล้องมือถือในการอ่านบาร์โค้ดได้อย่างทันที นอกจากนั้นร้านต่างๆ ยังสามารถพิมพ์บาร์โค้ด/QR Code ลงกระดาษไว้ให้ลูกค้าสแกนเพื่อรับเงินได้ทันที ไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมวุ่นวายใดๆ
Bluetooth Low Energy (BLE) เป็นมาตรฐานใหม่ของ Bluetooth ที่ทำให้สามารถส่งสัญญาณออกมาตลอดเวลาโดยใช้พลังงานที่น้อยลง และถูกนำมาประยุกต์ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Bluetooth กับมือถือที่เพียงนำอุปกรณ์มาวางใกล้ๆ กันเท่านั้น
เทคโนโลยีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงที่อาจเป็นมาตรฐานใหม่ในชีวิตประจำวัน คือ บล็อคเชน ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลายอย่าง แต่ที่เป็นที่รู้จักกันมากคือ ระบบการเงินแบบใหม่ ที่ไม่ยึดธนาคารเป็นหน่วยงานควบคุมโดยตรง แต่ใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการชำระหรือธุรกรรมอย่างอื่น ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้สูงที่รูปแบบการเงินที่ใช้เงินสด มีโอกาสไม่น้อยที่จะปรับเปลี่ยนเป็นระบบธุรกรรมการเงินแบบไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์
นอกจากความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้งาน มาตรฐานการเงินแบบไร้เงินสด เป็นที่นิยมอย่างสูงในช่วงวิกฤติ COVID-19 เนื่องจากสามารถลดการสัมผัสระหว่างบุคคลได้อย่างมาก ทำให้ลดโอกาสที่จะแพร่กระจายเชื้อ ยิ่งทำให้เกิดการกระตุ้นทั้งฝั่งผู้ใช้และผู้ขายใช้งานธุรกรรมไร้เงินสดเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การที่มีแพลตฟอร์มที่รองรับการซื้อขายออนไลน์และการส่งสินค้าที่มีตัวเลือกให้ใช้งานได้มาก และราคาในช่วงแรกไม่แพงเกินไปนัก ทำให้ธุรกรรมไร้เงินสดเป็นที่นิยม โดยเฉพาะเพื่อตอบสนองการทำงานแบบ WFH ที่หลายคนหันมาใช้บริการแอพพลิเคชั่นในการสั่งอาหาร ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้สร้างแพลตฟอร์มทั้งหลาย ที่จะดึงดูดให้ลูกค้าผูกติดกับแพลตฟอร์มของตน และในปัจจุบันผู้เล่นรายใหญ่อย่าง SCB เข้ามาร่วมในตลาดนี้ โดยเปิดตัว Robinhood ที่ชูจุดเด่นในการเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่คิดค่า GP กับร้านค้า ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่เป็นทางเลือกให้กับร้านค้า และยิ่งการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นของผู้ให้บริการ ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับฝั่งผู้ใช้และร้านค้าก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
ร้านค้าหลายร้านปรับใช้ช่องทางออนไลน์มาร่วมกับช่องทางปกติ บางร้านปรับเป็นออนไลน์โดยสมบูรณ์ โดยไม่มีหน้าร้านก็มีเพิ่มขึ้น นอกจากจะทำให้สามารถสร้างยอดขายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังสามารถลดตุ้นทุนโดยเฉพาะค่าเช่าร้านได้อีก ใครที่ยังไม่ปรับตัวเองให้เข้ากับออนไลน์ มีโอกาสไม่น้อยที่จะมีโอกาสในการแข่งขันน้อยกว่าคู่แข่ง ซึ่งอาจหมายถึงว่า อาจต้องกลายเป็นผู้แพ้ในการแข่งขันครั้งนี้
ฉะนั้นการปรับตัวของร้านค้าทั้งในด้านช่องทางการชำระเงินแบบไร้เงินสด หรืออาจรวมถึงการปรับให้ช่องทางออนไลน์มาใช้ร่วมกับระบบเดิม หรืออาจปรับเป็นออนไลน์โดยสมบูรณ์ อาจไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่อาจเป็นทางรอดของร้านค้าในปัจจุบัน นอกจากนี้เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตเพื่อรองรับกับบล็อคเชนด้วย น่าจะเพิ่มโอกาสในธุรกิจสำหรับร้านค้า


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น